Chinese credit to maggieelee11 @ baidu, post at Soompi by Ripgal. Magazine:Fans world
English translator credit to Ripgal&Roddy@Soompi
Thai translator credit to Irene@leedongwookthailand.com
อีดงอุก นักแสดงเจ้าบทบาทกับ ตัวตนที่ติดดิน
เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดา ที่หลายคนอดคิดไม่ได้ว่าเค้ามีภาพลักษ์ ของชายหนุ่มผู้แสนจะโชคดีและมีความสุข แต่ในเวลาเดียวกัน เขากะไม่ได้ดูเป็นคนที่เหลาะแหละหรือไม่จริงจังเลยสักนิด เขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมาอย่างมากแต่กะยังมีความอ่อนโยนในตัวเอง ลักษณะการพูดคุยของเขากับดีไซเนอร์หรือผู้จัดการส่วนตัวจะดูดุอยู่หน่อยจนเกือบดูไม่สุภาพ แต่ทุกคนก็ยังสังเกตุได้ว่าไม่มีใครดูเสียอารมณ์เลยซักนิด และยังคงทำงานต่อไปอย่างรวดเร็ว (คุณ Roddy กำลังสงสัยว่านี่หมายความว่าทุกคนในทีมล้วนแล้วแต่เชื่อฟังเค้าใช่ไม๊ ?) จะเห็นได้ว่าด้วยอายุเพียง 25 ปี LDW มีบุคลิกที่น่าเกรงขาม ไม่ว่าสื่อมวลชนจะมองว่าเค้าเป็นศิลปินหรือไม่ เค้าสามารถสร้างความชื่นชม ศรัทธาได้อย่างง่ายดาย บางที่ถ้าคุณได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเค้า คงจะทำให้คุณเข้าใจถึงความมีเสน่ห์ของเค้าได้ดียิ่งขึ้น
เค้าเริ่มมีชื่อเสียงจากบทบาทของชายหนุ่มผู้มีลักษณะเอาจริงจัง สุขุม (Roddy : ใช่บทกงชานป่ะ ?) และเมื่อเร็วๆ นี้เค้าเอาชนะความไม่มั่นใจและเลือกที่จะรับบทหนังตลกกุ๊กกิ๊ก Strongest Romance ในที่สุด หลังจากผ่านการชักชวนจากผู้กำกับของหนังเรื่องเนี้ โดยรับบทนายตำรวจหนุ่มผู้รักการต่อสู้และทำงานด้วยแรงบันดาลใจ แต่เป็นโรคหวาดกลัวสิ่งที่มีความแหลมทุกชนิด ซึ่งเป็นจุดอ่อนของที่สำคัญของเค้า แต่ LDW กะสามารถก้าวผ่านจุดอ่อนนี้ได้ในที่สุด นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
Q 1: คุณคิดอย่างไรบ้างตอนที่ได้รับบทหนัง SR เป็นครั้งแรก
A 1: อืม ผมใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานเหมือนกัน เพราะผมรู้สึกกดดันว่ามันเป็นบทที่เกี่ยวกับหนังตลก ไม่ใช่เพราะผมกลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์อะไรทำนองนั้นหรอกนะ แต่ว่าผมรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่านักแสดงที่สมารถแสดงบทตลกได้ดี ต้องเป็นนักแสดงที่เก่งจริงๆ เท่านั้น ผมก็เลยรู้สึกหวั่นใจในผลงานที่จะออกมาเท่านั้นเอง แต่ว่า ถ้าคิดอีกแง่หนึ่ง มันกะเป็นบทหนังที่น่าสนใจ มีชีวิตชีวา และสนุกสนาน ในที่สุดผมกะตัดสินใจรับเล่นหนังจากได้รับการชักชวนของผู้กำกับ หลังจากตัดต่อเสร็จแล้ว ผมรู้สึกพึงพอใจกับผลงานมากๆ โดยไม่มีความรู้สึกเสียดายแม้สักนิดเลยครับ
Q 2: SR เป็นภาพยนต์เรื่องที่สองของคุณ ถ้าเปรียบเทียบกับภาพยนต์ Arang ผีทวงแค้นแล้ว คุณมีความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร ?
A 2: ตอนที่ผมถ่ายทำ Arange ผมคิดอะไรไม่ออกเลย เพราะว่าเปนหนังเรื่องแรกของผมแน่นอนครับว่ารู้สึกกดดันสูงมาก ST เป็นหนังเรื่องที่สอง ถ้าให้เปรียบกับ Arang ผมความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของมากว่าว่านี่เป็น หนังของผมนะ คิดออกมั๊ยครับ ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อบริษัท Box Office ผู้สร้างหนังด้วย แน่นอนครับต้องรู้สึกกดดันแย่างแน่นอนอยู่แล้ว (ผู้แปล สรุปว่ารู้สึกกดดันเหมือนกันทั้งสองเรื่องค่ะ)
Q 3: คุณรับบทเป็นตำรวจในหนังของคุณทั้งสองเรื่อง คุณรู้สึกว่ามีบทบาทที่แตกต่างกันบ้างมั๊ย ? เพราะผู้ชมส่วนมากจะมีภาพตำรวจในดวงใจอยู่แล้ว คือคนที่ แข็งแรง รูปร่างดี มีบุคลิกหนักแน่น เด็ดเดี่ยว หัวรั้นในบางที่ คุณคิดว่าคุณเองชอบบทบาทเหล่านี้หรือป่าว ?
A 3: จะพูดไงดีล่ะ ทั้งสองเรื่องนี่ไม่ได้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจมือปราบอัจฉริยะอะไรอย่างนั้น หรอกครับ ผมเพียงแต่ต้องพยายามทำให้สมบทบาทของตำรวจให้มากที่สุด จากการที่ผมสังเกตุ ได้ยินและเรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับตำรวจ และถึงแม้ว่าผมจะรับบทเป็นตำรวจ (ผู้แปล: นักสืบ) ในหนังทั้งสองเรื่องแต่บททั้งสองเนี่ยแตกต่างกันอย่างมากจนผู้ชมไม่สามารถจะเกิดความสับสนได้เลย การแสดงของผมก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ผมหวังว่าตัวผมเองสามารถแสดงได้สมบทบาทตำรวจได้ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ทั้งหมด เพราะถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องทั่วไปบ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องงานเนี่ยเต็มที่ครับ รับรอง
Q 4: รู้สึกอย่างไรบ้างกับการได้ทำงานกับ Hyun Young
A 4: SR ไม่ใช่หนังที่มีแต่บทโรแมนติกตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง บทส่วนมากของพวกเรากะคือการทะเลาะกัน พี่เค้างานเยอะมากๆ จนตารางการทำงานเต็มไปหมด ผมต้องหาเวลาในการทำความรู้จักพี่เค้า เค้าเป็นคนที่สามารถทำให้การฉากหนังมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที แต่ว่าจะไม่เหมือนเวลาเราเห็นเธอในทีวีนะครับที่ช่างพูดคุยอยู่ตลอดเวลา พี่เค้าไม่ใช่คนที่มีบุคลิกง่ายต่อความเข้าใจเท่าไร ค่อยข้างยากใหนการทำความรู้จัก แต่เธอก็ยังอุตส่าห์ชมว่าการแสดงของผมมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาซื่งทำให้ผมปลื้มมากเลยครับ ครั้งแรกที่เราเจอกันทั้งผมและเธอค่อนข้างจะอายๆ ไม่ค่อยพูดกันเท่าไร โชคดีที่หลังจากนั้น 3-4 วันเรากะปรับตัวได้เป็นธรรมชาติและสะดวกใจในการทำงานร่วมกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะมีงานยุ่งมากแต่กะไม่เคยมาถึงกองถ่ายด้วยอาการเหนื่อยอ่อน หรือหงุดหงิดเลย เมื่อเข้าฉากกับเธอ ผมรู้สึกเหมือนว่ามีเธอเป็นตัวช่วยน่ะครับ จริงๆแล้วความเปิดเผยแล้วกะมีพลังในการทำงานของเธอมีส่วนสำคัญในการถ่ายทำอย่างมากเลยที่เดียว
Q 5: คุณเพิ่งเริ่มแสดงหนังหลังจากเข้าวงการมา 8 ปี ซึ่งถือว่าค่อยข้างช้า ถึงแม้ว่าคุณจะทำงานอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าคุณเป็นคนที่เลือกบทเป็นอย่างมาก แล้วบทอย่างไรบ้างครับที่คุณต้องการ
A 5: สิ่งที่ผมให้ความสำคัญไม่ใช่บทนำ แต่ว่าว่าผมมองหาคือความสามารถในการดึงดูดใจของบทนั้นๆ และที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือ ผมมีความสามารถในการนำเสนอบทบาทเหล่านั้นหรือไม่ หรือความสามารถในการนำเสนอแง่มุมใหม่ ดูว่าผมจะสามารถซึมซับตัวผมเข้ากับบท และบทนั้นมีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องทั้งหมดได้อย่างไร ผมให้ความสำคัญกับภาพยนต์มากๆ ผมถึงไม่อยากที่จะเริ่มต้นการแสดงหนังจากบทสนุกสนานเบาสมอง ตอนที่ผมเลือกเล่นเรื่อง Arang พวกพี่ๆ นักข่าวรุมถามผมว่า ทำไมถึงเลือกเปิดตัวจากหนังสยองขวัญ ? อืม ยังไงดีละ ผมเลือกบทนี้เพราะว่ามันมีบุคลิกที่ซับซ้อนและสร้างความประทับใจ
Q 6: คุณคิดว่าอะไรคือจุดอ่อนทางด้านการแสดงของคุณ
A 6: การควบคุมอารมณ์ครับ ผมสามารถร้องไ้ห้เป็นเด็กๆ ได้ง่ายมากแม้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแต่มันยากมากๆ ครับในการเก็บอารมณ์ ผมอยากที่จะพัฒนาความสามารถในการควบคุมการแสดงอารมณ์ให้มากกว่านี้ การออกเสียงของผมก็เป็นปัญหาเหมือนกันครับ เพราะผมค่อนข้างพูดเบา บางบทบาทที่ต้องการเสียงดังกังวานเพื่อแสดงออกถึงอารมณ์ แต่ว่าธรรมชาติการออกเสียงของผมจะหนักไปทางออกเสียงเบาและราบเรียบ อย่างน้อยนักแสดงต้องสามารถแสดงทักษะขั้นพื้นฐานได้ีดี แต่ในขณะเี่ดียวกัน ต้องสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหมาะกับบทบาทต่างๆ ใช่ไม๊ครับ ?
Q 7: เป็นเพราะ My Girl เลยทำคุณเริ่มที่จะเป็นที่รู้จัก (ผู้แปล ขอออกตัวก่อนว่า ไม่แน่ใจนะคะว่า Hallyu Star เนี่ยแปลว่าอะไร ขอเดาว่าอาจเป็นทำเนียบนักแสดงชั้นนำในจีน) คุณคิดว่านี่เป็นการแสดงถึงความก้าวหน้าในฐานะนักแสดงหรือป่าว ?
A 7: ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยนะ เพราะว่าอยู่ที่เกาหลีกะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ว่าที่ฟิลิปปิน และกะสิงค์โปร์ ( Roddy ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นประเทศไทยมากกว่า ผมรู้สึกถึงกระแสตอบรับที่แตกต่างเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศของผมเอง ผมนึกไม่ออกเลยว่า เบ ยง จุน (ผู้แปล พระเอง Winter Love Song ผู้ได้รับการจัดอันดับนี้ก่อนหน้านี้) เจอกระแสตอบรับอย่างไรบ้า ถึงแม้ว่า Hallyu จะเริ่มเป็นที่ยอมรับน้อยลง แต่ผมกะยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีอยู่นั่นเองครับ
Q 8: ชีวิตของนักแสดงนี่เหนื่อยมากไม๊ ?
A 8: เหนื่อยมาก เหนื่อยน้อยสลับกันครับ หลังการผมถ่ายหนังเรื่อง The Land of Wine จบ ผมถามตัวเองว่า นี่ผมทำได้ดีที่สุดแล้วเหรอ ? มีอะไรอีกไม๊ ที่ผมสามารถที่จะทำได้ เพื่อที่จะก้าวหน้ามากขึ้น เป็นที่ยอมรับของผู้ชมมากขึ้น ก่อนหน้าที่ผมจะแสดง My Girl ผมถามตัวเองอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมทำงานอย่างหนัก แต่ทำไม ยังดูเหมือนไม่ดีพอ? แต่ My Girl ทำให้ผมหยุดถามตัวเองได้แล้วครับ =) Good Job!! I so proud of u Oppa thais translator
Q 9: อะไรคือความผิดพลาดที่แล้วร้ายที่สุดของคุณ ?
A 9: แล้วคุณคิดว่าอะไรละครับ =) ผมเป็นคนค่อนข้างเถรตรงเกินไป แล้วกะขวานผ่าซาก จนดูเกิบหยาบคายในบางครั้ง ซึ่งทีมงานต้องผมต้องใช้ความอดทนอยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงแล้วกะคิดว่า เค้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร นะเนี่ย แต่เมื่อไรกะตามครับที่พวกเค้าเริ่มรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผม พวกเค้ากะจะเข้าใจว่า นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งความเป็นผมเท่านั้น
Q10 : เหมือนคุณจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกังวลเรื่องอะำไรเลยนะครับ ?
A10 : มีซิครับ ผมอ้วนง่ายมาก ถ้าไม่ควบคุมน้ำหนักให้ดี หน้าผมก็ใหญ่มากเลยนะครับผมอยากให้หน้ายาวกว่านี้ แล้วถ้าผมสูงขึ้นมีประมาณ 3 เซนติเมตร คือ สูง 187 เซนติเมตรนี่จะดีมาก ผมเครียดง่ายมากในขณะถ่ายทำ ขี้กังวลไปหมด แล้วผมก็๋อยากร้องเพลงให้ดีขึ้นด้วยครับ ถึงแม้ว่าผมจะร้องได้ดีกว่า ฮยอน ยองก็เถอะ (นางเอกเรื่อง SR) พวกเพื่อนๆผมร้องเพลงได้ดีทุกคนเลยนะครับ (เค้ายกตัวอย่าง คิมแรวอน) แต่ว่าตอนที่ร้องเพลงคู่กับ ฮยอน ยอง เนี่ยทุกคนลงความเห็นว่าผมร้องเพลงได้ดี กว่า (หัวเราะใหญ่)
Q11 : คุณใช้ว่างจากการทำงาน อย่างไรบ้างครับ ?
A11 : ผมเป็นคนค่อนข้างขี้เกียจมากครับ โดยเฉพาะเวลาว่างจากการทำงาน ก็เพราะว่าผมจะไม่สามารถขี้เกียจได้เลยเวลาทำงาน แล้วก็ชี้นิ้วไปที่หน้าของตัวเอง บอกว่า หน้าผมเนี่ยกะเหมือนนามบัตร หรือว่าสินค้าอย่างหนึ่ง ถ้าขี้เกียจตอนทำงานละเสร็จเลย (เข้าใจเปรียบเทียบนะเนี่ย ผู้แปล) ถ้าผมบังเอิญมีเวลาว่างซัก 3-4 วันเนี่ย ผมไม่แม้แต่จะสระผมเลยนะครับ จนคุณแม่บ่นว่า เธอนี่สกปรก มอมแมมมากเลยนะ แล้วก็ไม่ยอมนั่งทานข้าวกับผมเลย (หัวเราะใหญ่) ปกติผมจะมีทีมงานที่คอยดูแลผมอยู่ ถ้าผมอยู่กับผู้จัดการส่วนตัวนะครับ แล้วผมไม่ยอมอาบน้ำซักที่ เค้าจะพาผมกลับบ้านและควบคุมให้อาบน้ำจนได้ สงสัยจะเป็นเพราะนิสัยอย่างนี้ของผมนี่แหละครับทำให้หาแฟนไม่ได้ซักที เพราำะผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะทำอะไรหรืออยากเจอใครเลย ถึงจะมีเวลาว่างก็เถอะ
Q12 : เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวออกมาว่าคุณ กับอีดาเฮจับมือกัน พอจะเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไม๊ครับ ?A12 : มันเป็นจังหวะในการจับภาพของกล้องน่ะครับ เลยสร้างความเข้าใจผิดขึ้น ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้ก็ตอนเริ่มมีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับข่าวลือ พวกเราไปงานแฟชั่นโชว์ แล้วก็ถูกจับภาพเอาไว้ ตอนที่เราเดินมาด้วยกันมือของเราชนกันโดยบังเอิญ แล้วเค้าก็จับภาพไว้ได้พอดี โดยส่วนตัวแล้วผมกับอีดาเฮก็เป็นเพื่อนสนิทกันเท่านั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะครับ ผมได้ยินมาว่าภาพนี้มีคนคลิ๊กเข้ามาดูมากกว่า 500,000 ครั้ง นี่แสดงว่าอีดาเฮนี่ดังมากเลยนะครับ ผมไม่คิดเลยว่านะเนี่ยว่าการที่มือชนกันนิดหนึ่งเนี่ยจะถูกจับไว้ได้ เพราะมีความน่าจะเป็นในการถ่ายแค่หนึ่งในล้าน
Q13 : พอพูดมาถึงอีดาเฮแล้ว กะอยากจะถามถึงเรื่อง My Girl หน่อยนะครับ ตอนแสดงอยู่ด้วยกันเนี่ย ความสามารถในการแสดงถึงความรู้สึกรักกัน เนี่ย เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แล้วพวกคุณมีวิธีแสดงร่วมกันอย่างไรบ้างครับขณะถ่ายทำร่วมกันอยู่ ?
A13 : คือผมสามารถที่จะสร้างความรู้สึกว่าเรารักกันเอาไว้ได้ระหว่างการถ่ายทำ ยิ่งถ้านางเอกที่แสดงด้วยมีทักษะในการแสดงที่ดี หรือมีความเป็นมืออาชีพมากๆ ก็จะยิ่งช่วยให้ผมสามารถแสดงออกถึงความรู้สีกตกหลุมรัก ได้ดียิ่งขึ้นครับ (หัวเราะ)
Q14 : อะไรคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญสำหรับการจะเริ่มมีความรักสักครั้ง
A14 : เวลาครับว่าเราไปด้วยกันได้ดีอย่างต่อเนื่องรึป่าว อาจจะเป็นเดือนหนึ่ง สองเดือน ถ้าเรายังไปด้วยกันได้ดี ผมชอบความเป็นเธอ นิสัยเราเข้ากันได้ดี แล้วก็เป็นเรื่องปกตินะครับ ถ้าเธอสวยด้วยก็จะดีมาก
Q15 : Cha Tae Hyun ชอบบอกอยู่เสมอว่าผู้หญิงในฝํนของเค้าคือ Go So Young แล้วคุณละครับมีผู้หญิงในฝันบ้างหรือป่าว ?
A15 : อียองเอ และก็ Jeon In Ha ครับ ผมติดตามผลงานของทั้งสองในทีวีเสมอ เป็นผู้หญิงที่สวยมากเลยครับ
