Help - Search - Members - Calendar
Full Version: รวมฮิตสัมภาษณ์วุกกี้จากสื่อจีนตอนทีŭ
°.•°•.★* LEE DONG WOOK THAILAND*★ .•°•.° > ~ Dongwook Oppa ~ > News & Update
Irene
269804_5194734.gif กระทู้รวมฮิตค่ะ เพื่อความสะดวกของคนที่เข้ามาอ่านครั้งแรก ส่วนแฟนขาประจำข้ามไปได้เลยนะคะ

Chinese credit to maggieelee11 @ baidu, post at Soompi by Ripgal. Magazine:Fan’s world
English translator credit to Ripgal&Roddy@Soompi
Thai translator credit to Irene@leedongwookthailand.com

อีดงอุก นักแสดงเจ้าบทบาทกับ ตัวตนที่ติดดิน

เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดา ที่หลายคนอดคิดไม่ได้ว่าเค้ามีภาพลักษ์ ของชายหนุ่มผู้แสนจะโชคดีและมีความสุข แต่ในเวลาเดียวกัน เขากะไม่ได้ดูเป็นคนที่เหลาะแหละหรือไม่จริงจังเลยสักนิด เขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมาอย่างมากแต่กะยังมีความอ่อนโยนในตัวเอง ลักษณะการพูดคุยของเขากับดีไซเนอร์หรือผู้จัดการส่วนตัวจะดูดุอยู่หน่อยจนเกือบดูไม่สุภาพ แต่ทุกคนก็ยังสังเกตุได้ว่าไม่มีใครดูเสียอารมณ์เลยซักนิด และยังคงทำงานต่อไปอย่างรวดเร็ว (คุณ Roddy กำลังสงสัยว่านี่หมายความว่าทุกคนในทีมล้วนแล้วแต่เชื่อฟังเค้าใช่ไม๊ ?) จะเห็นได้ว่าด้วยอายุเพียง 25 ปี LDW มีบุคลิกที่น่าเกรงขาม ไม่ว่าสื่อมวลชนจะมองว่าเค้าเป็นศิลปินหรือไม่ เค้าสามารถสร้างความชื่นชม ศรัทธาได้อย่างง่ายดาย บางที่ถ้าคุณได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเค้า คงจะทำให้คุณเข้าใจถึงความมีเสน่ห์ของเค้าได้ดียิ่งขึ้น

เค้าเริ่มมีชื่อเสียงจากบทบาทของชายหนุ่มผู้มีลักษณะเอาจริงจัง สุขุม (Roddy : ใช่บทกงชานป่ะ ?) และเมื่อเร็วๆ นี้เค้าเอาชนะความไม่มั่นใจและเลือกที่จะรับบทหนังตลกกุ๊กกิ๊ก Strongest Romance ในที่สุด หลังจากผ่านการชักชวนจากผู้กำกับของหนังเรื่องเนี้ โดยรับบทนายตำรวจหนุ่มผู้รักการต่อสู้และทำงานด้วยแรงบันดาลใจ แต่เป็นโรคหวาดกลัวสิ่งที่มีความแหลมทุกชนิด ซึ่งเป็นจุดอ่อนของที่สำคัญของเค้า แต่ LDW กะสามารถก้าวผ่านจุดอ่อนนี้ได้ในที่สุด นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

Q 1: คุณคิดอย่างไรบ้างตอนที่ได้รับบทหนัง SR เป็นครั้งแรก

A 1: อืม ผมใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานเหมือนกัน เพราะผมรู้สึกกดดันว่ามันเป็นบทที่เกี่ยวกับหนังตลก ไม่ใช่เพราะผมกลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์อะไรทำนองนั้นหรอกนะ แต่ว่าผมรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่านักแสดงที่สมารถแสดงบทตลกได้ดี ต้องเป็นนักแสดงที่เก่งจริงๆ เท่านั้น ผมก็เลยรู้สึกหวั่นใจในผลงานที่จะออกมาเท่านั้นเอง แต่ว่า ถ้าคิดอีกแง่หนึ่ง มันกะเป็นบทหนังที่น่าสนใจ มีชีวิตชีวา และสนุกสนาน ในที่สุดผมกะตัดสินใจรับเล่นหนังจากได้รับการชักชวนของผู้กำกับ หลังจากตัดต่อเสร็จแล้ว ผมรู้สึกพึงพอใจกับผลงานมากๆ โดยไม่มีความรู้สึกเสียดายแม้สักนิดเลยครับ


Q 2: SR เป็นภาพยนต์เรื่องที่สองของคุณ ถ้าเปรียบเทียบกับภาพยนต์ Arang ผีทวงแค้นแล้ว คุณมีความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร ?
A 2: ตอนที่ผมถ่ายทำ Arange ผมคิดอะไรไม่ออกเลย เพราะว่าเปนหนังเรื่องแรกของผมแน่นอนครับว่ารู้สึกกดดันสูงมาก ST เป็นหนังเรื่องที่สอง ถ้าให้เปรียบกับ Arang ผมความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของมากว่าว่านี่เป็น “หนังของผมนะ” คิดออกมั๊ยครับ ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อบริษัท Box Office ผู้สร้างหนังด้วย แน่นอนครับต้องรู้สึกกดดันแย่างแน่นอนอยู่แล้ว (ผู้แปล สรุปว่ารู้สึกกดดันเหมือนกันทั้งสองเรื่องค่ะ)

Q 3: คุณรับบทเป็นตำรวจในหนังของคุณทั้งสองเรื่อง คุณรู้สึกว่ามีบทบาทที่แตกต่างกันบ้างมั๊ย ? เพราะผู้ชมส่วนมากจะมีภาพตำรวจในดวงใจอยู่แล้ว คือคนที่ แข็งแรง รูปร่างดี มีบุคลิกหนักแน่น เด็ดเดี่ยว หัวรั้นในบางที่ คุณคิดว่าคุณเองชอบบทบาทเหล่านี้หรือป่าว ?
A 3: จะพูดไงดีล่ะ ทั้งสองเรื่องนี่ไม่ได้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจมือปราบอัจฉริยะอะไรอย่างนั้น หรอกครับ ผมเพียงแต่ต้องพยายามทำให้สมบทบาทของตำรวจให้มากที่สุด จากการที่ผมสังเกตุ ได้ยินและเรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับตำรวจ และถึงแม้ว่าผมจะรับบทเป็นตำรวจ (ผู้แปล: นักสืบ) ในหนังทั้งสองเรื่องแต่บททั้งสองเนี่ยแตกต่างกันอย่างมากจนผู้ชมไม่สามารถจะเกิดความสับสนได้เลย การแสดงของผมก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ผมหวังว่าตัวผมเองสามารถแสดงได้สมบทบาทตำรวจได้ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ทั้งหมด เพราะถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องทั่วไปบ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องงานเนี่ยเต็มที่ครับ รับรอง

Q 4: รู้สึกอย่างไรบ้างกับการได้ทำงานกับ Hyun Young
A 4: SR ไม่ใช่หนังที่มีแต่บทโรแมนติกตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง บทส่วนมากของพวกเรากะคือการทะเลาะกัน พี่เค้างานเยอะมากๆ จนตารางการทำงานเต็มไปหมด ผมต้องหาเวลาในการทำความรู้จักพี่เค้า เค้าเป็นคนที่สามารถทำให้การฉากหนังมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที แต่ว่าจะไม่เหมือนเวลาเราเห็นเธอในทีวีนะครับที่ช่างพูดคุยอยู่ตลอดเวลา พี่เค้าไม่ใช่คนที่มีบุคลิกง่ายต่อความเข้าใจเท่าไร ค่อยข้างยากใหนการทำความรู้จัก แต่เธอก็ยังอุตส่าห์ชมว่าการแสดงของผมมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาซื่งทำให้ผมปลื้มมากเลยครับ ครั้งแรกที่เราเจอกันทั้งผมและเธอค่อนข้างจะอายๆ ไม่ค่อยพูดกันเท่าไร โชคดีที่หลังจากนั้น 3-4 วันเรากะปรับตัวได้เป็นธรรมชาติและสะดวกใจในการทำงานร่วมกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะมีงานยุ่งมากแต่กะไม่เคยมาถึงกองถ่ายด้วยอาการเหนื่อยอ่อน หรือหงุดหงิดเลย เมื่อเข้าฉากกับเธอ ผมรู้สึกเหมือนว่ามีเธอเป็นตัวช่วยน่ะครับ จริงๆแล้วความเปิดเผยแล้วกะมีพลังในการทำงานของเธอมีส่วนสำคัญในการถ่ายทำอย่างมากเลยที่เดียว

Q 5: คุณเพิ่งเริ่มแสดงหนังหลังจากเข้าวงการมา 8 ปี ซึ่งถือว่าค่อยข้างช้า ถึงแม้ว่าคุณจะทำงานอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าคุณเป็นคนที่เลือกบทเป็นอย่างมาก แล้วบทอย่างไรบ้างครับที่คุณต้องการ
A 5: สิ่งที่ผมให้ความสำคัญไม่ใช่บทนำ แต่ว่าว่าผมมองหาคือความสามารถในการดึงดูดใจของบทนั้นๆ และที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือ ผมมีความสามารถในการนำเสนอบทบาทเหล่านั้นหรือไม่ หรือความสามารถในการนำเสนอแง่มุมใหม่ ดูว่าผมจะสามารถซึมซับตัวผมเข้ากับบท และบทนั้นมีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องทั้งหมดได้อย่างไร ผมให้ความสำคัญกับภาพยนต์มากๆ ผมถึงไม่อยากที่จะเริ่มต้นการแสดงหนังจากบทสนุกสนานเบาสมอง ตอนที่ผมเลือกเล่นเรื่อง Arang พวกพี่ๆ นักข่าวรุมถามผมว่า ทำไมถึงเลือกเปิดตัวจากหนังสยองขวัญ ? อืม ยังไงดีละ ผมเลือกบทนี้เพราะว่ามันมีบุคลิกที่ซับซ้อนและสร้างความประทับใจ

Q 6: คุณคิดว่าอะไรคือจุดอ่อนทางด้านการแสดงของคุณ
A 6: การควบคุมอารมณ์ครับ ผมสามารถร้องไ้ห้เป็นเด็กๆ ได้ง่ายมากแม้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแต่มันยากมากๆ ครับในการเก็บอารมณ์ ผมอยากที่จะพัฒนาความสามารถในการควบคุมการแสดงอารมณ์ให้มากกว่านี้ การออกเสียงของผมก็เป็นปัญหาเหมือนกันครับ เพราะผมค่อนข้างพูดเบา บางบทบาทที่ต้องการเสียงดังกังวานเพื่อแสดงออกถึงอารมณ์ แต่ว่าธรรมชาติการออกเสียงของผมจะหนักไปทางออกเสียงเบาและราบเรียบ อย่างน้อยนักแสดงต้องสามารถแสดงทักษะขั้นพื้นฐานได้ีดี แต่ในขณะเี่ดียวกัน ต้องสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหมาะกับบทบาทต่างๆ ใช่ไม๊ครับ ?

Q 7: เป็นเพราะ My Girl เลยทำคุณเริ่มที่จะเป็นที่รู้จัก (ผู้แปล ขอออกตัวก่อนว่า ไม่แน่ใจนะคะว่า Hallyu Star เนี่ยแปลว่าอะไร ขอเดาว่าอาจเป็นทำเนียบนักแสดงชั้นนำในจีน) คุณคิดว่านี่เป็นการแสดงถึงความก้าวหน้าในฐานะนักแสดงหรือป่าว ?
A 7: ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยนะ เพราะว่าอยู่ที่เกาหลีกะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ว่าที่ฟิลิปปิน และกะสิงค์โปร์ ( Roddy ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นประเทศไทยมากกว่า ผมรู้สึกถึงกระแสตอบรับที่แตกต่างเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศของผมเอง ผมนึกไม่ออกเลยว่า เบ ยง จุน (ผู้แปล พระเอง Winter Love Song ผู้ได้รับการจัดอันดับนี้ก่อนหน้านี้) เจอกระแสตอบรับอย่างไรบ้า ถึงแม้ว่า Hallyu จะเริ่มเป็นที่ยอมรับน้อยลง แต่ผมกะยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีอยู่นั่นเองครับ

Q 8: ชีวิตของนักแสดงนี่เหนื่อยมากไม๊ ?
A 8: เหนื่อยมาก เหนื่อยน้อยสลับกันครับ หลังการผมถ่ายหนังเรื่อง “The Land of Wine” จบ ผมถามตัวเองว่า นี่ผมทำได้ดีที่สุดแล้วเหรอ ? มีอะไรอีกไม๊ ที่ผมสามารถที่จะทำได้ เพื่อที่จะก้าวหน้ามากขึ้น เป็นที่ยอมรับของผู้ชมมากขึ้น ก่อนหน้าที่ผมจะแสดง My Girl ผมถามตัวเองอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมทำงานอย่างหนัก แต่ทำไม ยังดูเหมือนไม่ดีพอ? แต่ My Girl ทำให้ผมหยุดถามตัวเองได้แล้วครับ =) Good Job!! I so proud of u Oppa – thai’s translator

Q 9: อะไรคือความผิดพลาดที่แล้วร้ายที่สุดของคุณ ?
A 9: แล้วคุณคิดว่าอะไรละครับ =) ผมเป็นคนค่อนข้างเถรตรงเกินไป แล้วกะขวานผ่าซาก จนดูเกิบหยาบคายในบางครั้ง ซึ่งทีมงานต้องผมต้องใช้ความอดทนอยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงแล้วกะคิดว่า “เค้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร นะเนี่ย” แต่เมื่อไรกะตามครับที่พวกเค้าเริ่มรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผม พวกเค้ากะจะเข้าใจว่า นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งความเป็นผมเท่านั้น

Q10 : เหมือนคุณจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกังวลเรื่องอะำไรเลยนะครับ ?
A10 : มีซิครับ ผมอ้วนง่ายมาก ถ้าไม่ควบคุมน้ำหนักให้ดี หน้าผมก็ใหญ่มากเลยนะครับผมอยากให้หน้ายาวกว่านี้ แล้วถ้าผมสูงขึ้นมีประมาณ 3 เซนติเมตร คือ สูง 187 เซนติเมตรนี่จะดีมาก ผมเครียดง่ายมากในขณะถ่ายทำ ขี้กังวลไปหมด แล้วผมก็๋อยากร้องเพลงให้ดีขึ้นด้วยครับ ถึงแม้ว่าผมจะร้องได้ดีกว่า ฮยอน ยองก็เถอะ (นางเอกเรื่อง SR) พวกเพื่อนๆผมร้องเพลงได้ดีทุกคนเลยนะครับ (เค้ายกตัวอย่าง คิมแรวอน) แต่ว่าตอนที่ร้องเพลงคู่กับ ฮยอน ยอง เนี่ยทุกคนลงความเห็นว่าผมร้องเพลงได้ดี กว่า (หัวเราะใหญ่)

Q11 : คุณใช้ว่างจากการทำงาน อย่างไรบ้างครับ ?
A11 : ผมเป็นคนค่อนข้างขี้เกียจมากครับ โดยเฉพาะเวลาว่างจากการทำงาน ก็เพราะว่าผมจะไม่สามารถขี้เกียจได้เลยเวลาทำงาน แล้วก็ชี้นิ้วไปที่หน้าของตัวเอง บอกว่า หน้าผมเนี่ยกะเหมือนนามบัตร หรือว่าสินค้าอย่างหนึ่ง ถ้าขี้เกียจตอนทำงานละเสร็จเลย (เข้าใจเปรียบเทียบนะเนี่ย ผู้แปล) ถ้าผมบังเอิญมีเวลาว่างซัก 3-4 วันเนี่ย ผมไม่แม้แต่จะสระผมเลยนะครับ จนคุณแม่บ่นว่า เธอนี่สกปรก มอมแมมมากเลยนะ แล้วก็ไม่ยอมนั่งทานข้าวกับผมเลย (หัวเราะใหญ่) ปกติผมจะมีทีมงานที่คอยดูแลผมอยู่ ถ้าผมอยู่กับผู้จัดการส่วนตัวนะครับ แล้วผมไม่ยอมอาบน้ำซักที่ เค้าจะพาผมกลับบ้านและควบคุมให้อาบน้ำจนได้ สงสัยจะเป็นเพราะนิสัยอย่างนี้ของผมนี่แหละครับทำให้หาแฟนไม่ได้ซักที เพราำะผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะทำอะไรหรืออยากเจอใครเลย ถึงจะมีเวลาว่างก็เถอะ


Q12 : เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวออกมาว่าคุณ กับอีดาเฮจับมือกัน พอจะเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไม๊ครับ ?A12 : มันเป็นจังหวะในการจับภาพของกล้องน่ะครับ เลยสร้างความเข้าใจผิดขึ้น ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้ก็ตอนเริ่มมีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับข่าวลือ พวกเราไปงานแฟชั่นโชว์ แล้วก็ถูกจับภาพเอาไว้ ตอนที่เราเดินมาด้วยกันมือของเราชนกันโดยบังเอิญ แล้วเค้าก็จับภาพไว้ได้พอดี โดยส่วนตัวแล้วผมกับอีดาเฮก็เป็นเพื่อนสนิทกันเท่านั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะครับ ผมได้ยินมาว่าภาพนี้มีคนคลิ๊กเข้ามาดูมากกว่า 500,000 ครั้ง นี่แสดงว่าอีดาเฮนี่ดังมากเลยนะครับ ผมไม่คิดเลยว่านะเนี่ยว่าการที่มือชนกันนิดหนึ่งเนี่ยจะถูกจับไว้ได้ เพราะมีความน่าจะเป็นในการถ่ายแค่หนึ่งในล้าน

Q13 : พอพูดมาถึงอีดาเฮแล้ว กะอยากจะถามถึงเรื่อง My Girl หน่อยนะครับ ตอนแสดงอยู่ด้วยกันเนี่ย ความสามารถในการแสดงถึงความ”รู้สึกรักกัน” เนี่ย เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แล้วพวกคุณมีวิธีแสดงร่วมกันอย่างไรบ้างครับขณะถ่ายทำร่วมกันอยู่ ?

A13 : คือผมสามารถที่จะสร้างความรู้สึกว่า”เรารักกัน”เอาไว้ได้ระหว่างการถ่ายทำ ยิ่งถ้านางเอกที่แสดงด้วยมีทักษะในการแสดงที่ดี หรือมีความเป็นมืออาชีพมากๆ ก็จะยิ่งช่วยให้ผมสามารถแสดงออกถึงความรู้สีก”ตกหลุมรัก” ได้ดียิ่งขึ้นครับ (หัวเราะ)

Q14 : อะไรคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญสำหรับการจะเริ่มมีความรักสักครั้ง
A14 : เวลาครับว่าเราไปด้วยกันได้ดีอย่างต่อเนื่องรึป่าว อาจจะเป็นเดือนหนึ่ง สองเดือน ถ้าเรายังไปด้วยกันได้ดี ผมชอบความเป็นเธอ นิสัยเราเข้ากันได้ดี แล้วก็เป็นเรื่องปกตินะครับ ถ้าเธอสวยด้วยก็จะดีมาก

Q15 : Cha Tae Hyun ชอบบอกอยู่เสมอว่าผู้หญิงในฝํนของเค้าคือ Go So Young แล้วคุณละครับมีผู้หญิงในฝันบ้างหรือป่าว ?
A15 : อียองเอ และก็ Jeon In Ha ครับ ผมติดตามผลงานของทั้งสองในทีวีเสมอ เป็นผู้หญิงที่สวยมากเลยครับ

*princess*Lee*
มากันต่อนะคะ

Q 16 : คนทั่วไปมักจะคิดว่าคุณเป็นคนเงียบขรึม แต่ว่าหลังจากพูดคุยกับคุณแล้ว ผมคิดว่าคุณเป็นคนเปิดเผยและก็สดใสมากๆ นะครับ
A 16 : ผมคิดว่าผมเริ่มเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะ ครับ ตอนที่ผมเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ ผมจะเงียบมากและค่อนข้างเก็บความรู้สึก แต่หลังจาก 8 ปีผ่านผมก็เริ่มที่แสดงความรู้สึกมากขึ้น แต่มันก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับผมอยู่ดีนะครับ ในการที่ต้องพูดต่อหน้าคนมากๆ ผมจะรู้สึกตื่นเต้นได้ง่ายมาก สรุปว่าการพูดต่อหน้าฝูงชนก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบอยู่ดี

Q 17: อยากให้เล่าถึงเวลาที่คุณรู้สึกว่าสนุกที่สุด ทีเคยมีน่ะครับ?
A 17: เป็นเรื่องตอนผมอยู่ ม.ปลายครับ ในห้องวิชาการแสดง ส่วนหนึ่งของวิชานี้คือการแสดงต่อหน้าชุมชน ผมต้องแสดงต่อหน้าผู้คนเยอะๆ กลุ่มของเราเลือกแสดงในรถไฟใต้ดิน ยืนทามกลางฝูงชนทั้งตรงชานชาลา และในรถไฟ พวกเราตะโกนว่า สวัสดีครับทุกคน วันนี้พวกเราจะมาร้องเพลงให้ทุกคนได้ฟัง แล้วพวกเราก็ร้องเพลง คือตอนนั้นเนี่ย ผมกะทำไปตามเพื่อนๆ แต่พอมองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่า มันเป็นเวลาที่บ้า และสนุกมากๆ ครับ

Q 18 : แล้วในวิชาการแสดงของคุณเนี่ย คุณต้องมีการสัมภาษณ์ด้วยไม๊ครับ
A 18 : แ่น่นอนครับ พวกเราต้องทำการสัมภาษณ์ในงานโรงเรียน สำหรับอายุุขณะนั้นเนี่ย พวกเราทั้งหมดตกลงกันว่าจะเลือกสัมภาษณ์แต่สาวๆ สวยๆ เป็นอันดับแรก เป้าหมายคือการได้พูดคุยกับคนสวยนั่นเอง (พูดไป ยิ้มไป) พวกเราไปดักรอที่สถานีรถไฟ แล้ัวก็เริ่มปฏิบัติการ มันส่งผลมาถึงตอนนี้นะครับ ถ้าทีเด็กนักเรียนมาขอสัมภาษณ์เนี่ย ผมไม่เคยปฏิเสธเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ีใหน เมื่อไร เพราะมันไม่ได้เสียเวลามากมายอะไร และที่สำคัญมันเตือนความจำของผมของช่วงเวลาดี ดี ในอดีต (งั้นใครที่จะไปตาม วุกกี้สิ้นเดือนนี้ ถ้าใส่ชุดนักเรียนไปจะเป็นประโยชน์มากนะจ้ะ อิ อิ ผู้แปล)

Q 19 : ถ้าจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับอาการประสาทอ่อนๆ คือฝังใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนส่งผลกับพฤติกรรมปัจจุบัน เีนี่ยมีไม๊ครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยานิดๆ นะครับ
A 19 :ไม่ค่อยมีเท่าไรนะครับ อ๋อ มีอย่างหนึ่งคือ ตอนที่ผมอยู่ชั้นประถม บ้านของผมถูกไฟไหม้พวกเราสูญเสียทุกอย่าง มันเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวเราลำบากมากๆ ครับ หลังจากนั้นอีกนานที่เีดียว ที่พวกเราจะกังวลกันเสียงต่างๆ ในเวลากลางคืน พวกเราจะนอนไม่หลับ เพียงแค่ได้ยินเสียงแก้วตกแตกพวกเราก็จะตกใจตื่นขึ้น เป็นอย่างนี้ติดต่อกันอยู่สามถึงสี่ปีเลยครับ จนถึงเวลานี้ถ้าเห็นข่าวไฟไหม้ผมก็ยังรู้สึกเศร้าใจมากๆ อยู่เสมอ แต่ว่าไม่ได้มีผมกระทบอะไรกับการดำเนินชีวิตมากนะครับ คุณพ่อคุณแม่ผมต้องทำงานหนักอย่างมากเพื่อที่จะเลี้ยงดูผมให้ดี ผมรักพวกท่านมากๆ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นลูกคนโตแต่ผมกะรู้สึกว่าทุกคนที่บ้านตามใจ และเอาใจผมมากๆ จนบ้างครั้งผมรู้สึกเหมือนเป็นอันธพาลน้อยๆ ประจำบ้านเลยครับ แตกต่างจากน้องสาวของผมที่จะอ่อนโยน น่ารัก และก็มีหลายครั้งนะครับที่ผมเมานิดๆ กลับบ้าน แล้วก็เดินโซเซ ไปปลุกคุณพ่อให้ตื่น แล้วแสดงท่าทางตลกต่อหน้าท่าน (ยิ้ม)

Q 20 : ในละครเรื่องจดหมายถึงพ่อแม่ คุณรับบทเป็นลูกที่พูดจาขวานผ่าซาก แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ และมีความจริงใจอยู่เต็มเปียม (จากคำถามนี้เหมือนผู้สัมภาษณ์จะพยายามบอกว่า นี่เหมือนลักษณะนิสัยของวุกกี้เลย รึป่าวนะ)
A 20: ตอนที่ผมสวมบทนี้นะครับ ผมรู้สึกเหมือนกันว่าเค้าอาจจะดูเป็นคนพูดจาแบบไม่แคร์ใคร เหมือนคิดถึงแต่ตัวเอง แต่เค้าก็มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานหนักและไม่ละความพยายามที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย แต่ผู้หญิงส่วนมากไม่ค่อยชอบเค้านะครับ ผู้ชมมีความเห็นเกี่ยวกับบทนี้แตกต่างกันมา คนที่ชอบเค้าก็จะชอบเค้ามาก คนที่ไม่ชอบเค้า ก็จะรู้สึกว่าไม่สามารถอดทนอยู่กับเค้าได้เลย (หัวเราะ)

Q 21: คุณบอกอยู่ตลอดเวลาว่าชอบกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาสเกตบอลและสกี แต่ปีที่แล้วคุณก็ประสบอุบัติเหตุจากการขี่จักรยานเสือภูเขาที่ประเทศไทย อย่างนี้แสดงว่าร่างกายไม่อำนวยให้แต่ใจรักรึป่าวครับ ?
A 21: ครับผมก็หมายความว่า ถึงแม้ว่าผมจะชอบกีฬาอย่างไรก็ตาม แต่ร่างกายของผมอาจจะไม่เป็นใจ เพราะว่าจะเกิดการบาดเจ็บได้ง่ายมากๆ ถ้าผมพูดว่าอะไร ผมก็จะหมายความว่าอย่างนั้นแหละครับ (วุก ก็ตอกย้ำว่าเค้าพูดจริงนะจ้ะ พร้อมยิ้ม ผู้แปล)

Q 22: แสดงว่าชีวิตของคุณนี่ ก็ต้องผ่านทั้งสุข ทุกข์
A 22 : แน่นอนครับ หรือว่าว่าผมอาจจะไม่แสดงออกทางสีหน้าเท่าที่ควร แต่บ้างครั้งผู้คนก็จะรู้สึกกลัวผมและเข้าใจผิดว่าผมเป็นคนเย็นชา แต่ว่า ผมคงไม่าสามารถจะยิ้มได้ตลอดเวลา ใช่ไม๊ครับ ?

Q 23: แสดงว่า โดยทัวไป คุณไม่ใช่เป็นคนที่เปิดเผยดูเป็นกันเอง น่าเข้าำใกล้ และคุณก็เป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมาซะจนทำให้ผู้หญิงทั่วไปหัวเสียได้ง่าย ?
A 23: ผมคิดว่าผมไม่ใช่คนที่ดูเปิดเผย มีมนุษย์สัมพันธ์เท่าไรนัก ซึ่งเป็นความจริงครับ ผมไม่ค่อยช่างพูดเท่าไร และบ้างครั้งกะพูดห้วนๆ ตามแบบผู้ชาย
Q 24: ในมุมมองของผู้ชาย คุณจะให้คำจำกัดความของคำว่า ผู้ชายหัวรั้น ว่าอย่างไร ?
A 24: ก่อนอื่นของบอกว่า ผมไม่ใช่เป็นผู้ชาย หัวรั้น นะครับ ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าการเป็นผู้ชายเนี่ยจะเกี่ยวข้องกับการหัวรั้น หัวแข็ง มันไม่เหมือนกับว่าต้องมีร่างกายที่บึกบึนแข็งแรงนะครับ แต่มันอาจจะเกี่ยวกับความพยายามเอาชนะข้อด้อยของตัวเอง ผมว่าเราควรจะเรียกว่าผู้ชายจริงใจดีกว่ามั๊งครับ สังคมคาดหวังว่า ผู้ชายจะต้องกล้าหาญและปกป้องเกียรติยศของตัวเอง แต่ไม่ไม่ง่ายเลยนะครับที่จะแสดงความจริงใจในขณะที่ถูกคาดหวังให้ดูเป็นผู้ชายที่ดีอยู่ตลอดเวลา

Q 25: ช่วยเล่าถึงความสำเร็จในการเอาชนะตัวเอง หน่อยซิครับ ?
A 25: จริงๆ แล้วผมยังไม่สามารถบอกได้ว่าผมสามารถเอาชนะใจตัวเองได้เท่าที่ควรนะครับ เอาเป็นว่าผมสารารถสร้างวินัยอย่างหนึ่งได้กะคือ ผมจะไม่ดื่มเลยถ้าวันรุ่งขึ้นผมจะต้องถ่ายหนัง ถึงแม้ว่าผมจะชอบดื่มมากเท่าๆ กับคนอื่นเหมือนกัน แต่ผมเคยทำแล้ว Hang ในวันรุ่งขึ้น มันทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะทำอย่างนี้อีก เพราะมันไม่ทำให้ผมผิดหวังในตัวเองเท่านั้น แต่มันทำให้ทีมงานของผมรู้สึกผิดหวังกับตัวผมด้วย

Q 26: ถึงแม้ว่าคนเราจะมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน แต่สำหรับผู้ชายอายุ 25 ปีส่วนใหญ่แล้วจะมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อครอบครัวมากขึ้น สำหรับคุณแล้วคิดว่าอย่างไร


A 26: ผมว่าผมรู้สึกอย่างนี้ตั้งแต่เป็นเด็กแล้วนะ ตั้งแต่ตอนที่บ้านผมถูกไฟไหม้ พวกเรายกลำบากอย่างมาก แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่ของผมไม่เคยแสดงอาการย่อท้อเลย และพยายามอย่างมากที่จะเลี้ยงดูผมอย่างดีที่สุด ผมได้แต่เฝ้ามองพวกท่านทำงานอย่างหนัก ตลอดเวลาที่ผมเติบโตขึ้นมา ผมเห็นการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบของพวกท่าน ทุกวันนี้ผมสามารถหาเงินได้มากกว่าคุณพ่อแล้ว เหตุนี้แหละครับทำให้ผมรู้สึกอยากจะรับผิดชอบต่อครอบครัวมากขึ้น น้องสาวของผมตอนนี้สอบเข้าโรงเรียนศิลปะทางด้านาฏศิลป์เกาหลี ซึ่งมีค่าเล่าเรียนสูงมาก (คือสูงถึง 34ล้านวอน เพียงแค่ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ประมาณ หนึ่งล้านสี่แสนบาท ?) หลังจากผมเข้าวงการได้สามปี ผมก็เริ่มเป็นคนรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของน้องทั้งหมด และเมื่อเร็วๆนี้ผมก็สามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ ข้อดีที่สุดของการเป็นนักแสดงก็คือสามารถทำรายได้ สูงกว่าอาชีพทั่วไป ผมเลยสามารถที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ให้มีชีวิตที่สุขสบายขึ้น และสามารถให้การศึกษาที่ดีกับน้องสาวได้

Q 27: แต่ว่างานทางด้านการแสดงมันไม่ค่อยมีความมั่นคงนี่ครับ

A 27: ถูกต้องเลยครับ มีความมั่นคงเท่ากับศุนย์ ผมเลยต้องพยายามทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา และพยายามที่จะเพิ่มทักษะทางด้านการแสดงของผมให้สูงขึ้น พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อผู้ชม ในช่วงแรกของอาชีพนักแสดงผมไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนักกับชื่อเสียงหรือการยอมรับถึงการเป็นดาราดังเท่าไรนัก จนกระทั่งผมเล่นเรื่อง My Girl ผมจึงเริ่มเห็นว่าชื่อเสียงและการเป็นที่ยอมรับนั้นมีความสำคัญมาก หลายคนเปลี่ยนทัศนคติที่เคยมีต่อผมหลังจากละครเรื่องนี้ ผมมีความสุขมากที่ทุกคนชอบและให้การยอมรับผมมากขึ้น มันช่วยให้ผมรู้สึกมั่นคงมากขึ้น เหมือนเป็นการรับประกันว่าผมจะสามารถได้รับโอกาสที่ดีขึ้น ถ้าผมพยายามที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าผมไม่พยายามพัฒนาตนเอง โอกาสเหล่านี้ก็สูญเปล่า

Q 28 : มีอะไรบ้างมั๊ยครับ ที่ทำให้คุณรู้สึกเสียดายหลังจากมาเป็นนักแสดง เพราะมันเป็นชีวิตที่ต่างไปจากคนธรรมดานี่ครับ ?
A 28: มีครับ อย่างเช่นจนปัจจุบันนี้ ผมไม่เคยต้องจัดการทางด้านการเงินเองเลย ไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าสมุดบัญชีธนาคารเป็นรูปอะไร หรือแม้แต่เลขบัญชีและรหัสผ่าน เวลาผมอยู่ในสังคมปกติ ผมคงเหมือนเด็ก 7 ขวบ ผมรู้สึกเสียดายเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ผมก็จะต้องเป็นคุณพ่อสักวันหนึ่งใช่ไม๊ครับ ถ้าผมจะเป็นผู้นำและสามารถดูแลครอบครัวของตัวเองได้ ผมก็ควรจะเข้าใจการใช้ชีวิตทางสังคมเป็นอย่างดี ตอนนี้ผมพยายามที่จะอ่านหนังสือทุกประเภท การเมือง สังคม เศรษฐกิจ เพื่อที่จะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตทางด้านอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นทางอ้อมก็เถอะ

Q 29: ได้ยินมาว่าคุณไม่มีแฟนมา 2 ปีแล้ว คุณรู้สึกเหงาบ้างรึป่าว ? แล้วปีที่แล้วคุณผ่านวันพิเศษๆ ต่างๆ มาได้อย่างไร ?
A 29: ผมก็สนุกอยู่กับการพบปะบรรดาเหล่า แฟนคลับของผมน่ะครับ ! (เชื่อดีไม๊เนี่ย ? ผู้แปล)

Q 30: จริงหรือ แน่ใจนะครับว่าคุณ ไม่รู้สึกเหงาเลย ?

A 30: จริงซิครับ ตามปกติน่ะครอบครัวของผมไม่ค่อยฉลองวันเกิด หรือวันครบรอบอะไรนี่หรอก เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ผมเป็นเด็กแล้วครับ สำหรับวันเกิดพวกเราก็แค่ทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้า ท่ามกลางแสงเทียนเท่านั้นเอง (Roddy ให้ความเห็นว่า บางที่แค่นี้ก็สนุกพอแล้วนะ แต่คิดอีกแง่ก็เศร้านิดๆ นะ) ผมจำไม่ได้เลยนะ ว่าเคยได้รับของขวัญวันเกิดจากคุณพ่อคุณแม่รึป่าว ปีที่แล้วตอน คริสมาสอีฟ ผมก็ฉลองอยู่กับกองถ่ายและก็ผู้กำกับ SR (Roddy เลยให้ความเห็นขำๆ ว่าสงสัยพวกทีมงานและผู้กำกับคงไม่มีแฟนเหมือนกันถึงอยู่ฉลองด้วยกันได้ หุ หุ)

Q 31: แต่ก็ดูเหมือนว่าคุณไม่ชอบอยู่คนเดียวนะ ?

A 31: ก็เป็นบางครั้งเท่านั้นแหละครับ แต่เมื่อไรที่ผมรู้สึกอย่างนี้ ผมก็จะหงุดหงิดง่ายมาก และยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ผมถ่ายหนังอยู่ละก็อารมณ์จะขึ้นๆ ลงๆ น่าดู ไม่รู้เหมือนกันนะครับ อาจเป็นเพราะมันช่วยในการแสดงมั๊งครับ ทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษหลังถ่ายทำ

Q 32: คุณใช้เวลาที่เป็นส่วนตัว ทำอะไรบ้างครับ ?

A 32: เมื่อเร็วนี้ผมเพิ่งแต่งห้องส่วนตัวใหม่เอาไว้สำหรับเก็บพวกหนังสือกำลังภายใน (ผู้แปล คือไม่แน่ใจว่า manhwa books คืออะไร ขอเดาว่าเป็นหนังสือกำลังภายในนะคะ แต่อาจเป็นหนังสือการ์ตูนก็ได้เพราะวุก ชอบอ่านการ์ตูนค่ะ)และพวก DVD ผมอ่านพวกหนังสือกำลังภายใน เยอะมาก (เค้าเอ่ยถึงชื่อหนังสือเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างดัง) ผมชอบเกือบทุกเรื่อง เมื่อเร็วๆ นี้ผู้จัดการส่วนตัวของผมก็พึ่งซื้อหนังสือกำลังภายในชุดใหม่ให้มีทั้งหมด 42 เล่ม ซึ่งผมกำลังอ่านอยู่ (Roddy : บอกว่าไม่ค่อยแน่ใจว่าแปลคำตอบในช่วงท้ายๆ ถูกหรือเปล่า ดูเหมือนวุกกี้หวงหนังสือมากๆ เค้าจะไม่ค่อยพอใจ ถ้าครอบครัวหรือเพื่อนๆ มาแตะต้องหนังสือของเค้า)

Q 33: คุณเคยคิดเอาไว้บ้างไม๊ครับ ว่าในงานชิ้นถัดไปคุณอยากได้บทแบบใหน ?

A 33: ไม่ไ้้ด้คาดหวังอะไรเป็นพิเศษ ครับ ขอแค่ไม่รับเล่นบทที่มีภาพลักษณ์ คล้ายๆ เดิมก็พอใจแล้ว ถึงแม้ว่าจะได้บทตัวร้าย ผมก็อยากจะลองเล่นดู บทคนจรจัด หรืออะไรก็ได้ครับที่ผมยังไม่เคยเล่นมาก่อน ปีนี้ผมก็หวังว่าผมจะได้รับบทที่น่าสนใจ ที่สามารถทำให้ผู้ชมเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ อีดงอุก สักนิด (Roddy โอดครวญว่า แสดงว่าเราคงไม่ได้เห็น วุค เล่นบทกงชานในระยะเวลาอันใกล้แน่นอน)

จบบริบูรณ์แล้วนะจ้ะ นอกนั้นเป็นความเห็นของคุณ Roddy หลังจากจบการแปลค่ะ


P@nd@
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด... ขอบคุณมากนะ Irene....

ขอบคุณที่ทำให้เราทุกคนได้รู้เรื่องราวของวุ๊คกี้...
Irene
QUOTE(P@nd@ @ Mar 11 2007, 07:53 PM) *

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด... ขอบคุณมากนะ Irene....

ขอบคุณที่ทำให้เราทุกคนได้รู้เรื่องราวของวุ๊คกี้...


ชมเกินไปแล้วละค่ะ เห็นคุณ P@nd@ ไป post ตาม เวปต่างชาติแล้ว ใช้ภาษาอังกฤษ ได้ดีกว่าอินทร์ อีก นะคะ หุ หุ :269804_5194734:
P@nd@
QUOTE(Irene @ Mar 11 2007, 08:08 PM) *

ชมเกินไปแล้วละค่ะ เห็นคุณ P@nd@ ไป post ตาม เวปต่างชาติแล้ว ใช้ภาษาอังกฤษ ได้ดีกว่าอินทร์ อีก นะคะ หุ หุ 269804_5194734.gif


เขิลแย่เลย... แบบว่า ใช้ภาษาอังกฤษได้บ้าง อ่านออกบ้าง แต่เวลาแปล..ยากจริงๆนะ.. แบบว่า ไม่รู้จะเขียนให้คนอ่านเข้าใจได้ไงอ่ะ... อินทร์เก่งนะแปลได้เป็นชุดเลยอ่ะ....

ไม่เป็นไร งานหน้าเราช่วยๆกันละกานนนน... นะนะนะ..
y i i z _ p a t z
ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่เอามาให้อ่าน ขอบคุณจริงๆค่ะ
misdeed
sr อยากดู ง่า

อิอิ คงจะน่ารักมากมาย

ขอบคุนน้าคร๊าฟ พี่ ปู
snowy
ขอบคุณนะคะที่เอามาให้อ่าน
LDW_sasuke
ขอบคุงงับ ยังอุส่ารวบรวมบทเด็ดมาให้อ่านอีกรอบด้วย ขยันจิงๆเลย
smil_pae
ขอบคุนมากๆเยยค่า
^^
jub
ขอบคุณสำหรับข่าวแปลมากค่ะ....

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้วุ๊กกี้ทำงานต่อไปอย่างมีพลังด้วยนะจ๊ะ....
:
leewahnnee
269804_5194741.gif อันยองค่ะ เราชื่อหวานนะ


ขอบคุณที่ หามาให้อ่านนะคะ ชอบมากๆ เลย วุกสุดที่ร๊ากกกกกกกกกกกกกก เนี่ย 269804_5194734.gif
Indie
QUOTE(leewahnnee @ Mar 14 2007, 08:32 AM) *

269804_5194741.gif อันยองค่ะ เราชื่อหวานนะ
ขอบคุณที่ หามาให้อ่านนะคะ ชอบมากๆ เลย วุกสุดที่ร๊ากกกกกกกกกกกกกก เนี่ย 269804_5194734.gif


หวัดดีค่ะ หวาน ขอต้อนรับเข้าสู่ แหล่งรวมคนรักวุก ค่ะ 269804_5194734.gif เหน post เปนครั้งแรกเลยอ่ะ เลยต้องต้อนรับเปนพิเศษซะหน่อย หุ หุ
Indie
QUOTE(jub @ Mar 12 2007, 08:56 PM) *

ขอบคุณสำหรับข่าวแปลมากค่ะ....

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้วุ๊กกี้ทำงานต่อไปอย่างมีพลังด้วยนะจ๊ะ....
:


หวัดดีค่ะ จุ๊บๆ อดไม่ได้เร้ยยย ต้องขอชมส่วนตัวหน่อยนะคะ ว่า จุ๊บๆ เนี่ยเปนคนใช้ภาษาได้ดี จิงๆ
ขอทวนอีกที ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้วุ๊กกี้ทำงานต่อไปอย่างมีพลังด้วยนะจ้ะ 269804_5194717.gif ช๊อบชอบ
Arin
QUOTE(Indie @ Mar 14 2007, 07:56 PM) *

หวัดดีค่ะ จุ๊บๆ อดไม่ได้เร้ยยย ต้องขอชมส่วนตัวหน่อยนะคะ ว่า จุ๊บๆ เนี่ยเปนคนใช้ภาษาได้ดี จิงๆ
ขอทวนอีกที ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้วุ๊กกี้ทำงานต่อไปอย่างมีพลังด้วยนะจ้ะ 269804_5194717.gif ช๊อบชอบ



ชอบเช่นกันจ๊ะพี่อนทร์ สู้ๆค่า
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2010 Invision Power Services, Inc.